สิ่งที่ควรรู้! เมื่อคิดจะจัดฟัน

สิ่งที่ควรรู้! เมื่อคิดจะจัดฟัน ฟันยื่น ฟันห่าง ฟันซ้อนเก ขากรรไกรมีขนาดหรือตำแหน่งผิดปกติ เป็นลักษณะที่พบได้อยู่บ่อยๆ ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้ ไม่เพียงส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพช่องปาก แต่ยังสร้างปัญหาด้านบุคลิกภาพ เพราะเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า การมีบุคลิกภาพหน้าตาที่ดี มีฟันเรียงเรียบ มีรอยยิ้มที่สวยงาม ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตัวเราและสร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นได้มากเพียงใด

เปลี่ยนความเชื่อผิดๆ “การจัดฟัน” ไม่ใช่เรื่องของแฟชั่น
ทุกวันนี้หลายคนอาจมองว่าการจัดฟันเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่ง จนมีคำเรียกกันว่า “จัดฟันแฟชั่น” แต่แท้จริงแล้ว การจัดฟันเป็นสาขาหนึ่งของการรักษาทางทันตกรรม ใช้แก้ไขการเรียงตัวของฟัน การสบฟัน รวมไปถึงขนาดของตำแหน่งของขากรรไกร นอกจากนั้น การจัดฟันยังเป็นการป้องกันความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตหากผู้ป่วยไม่ได้รับการแก้ไขแต่เนิ่นๆ อีกด้วย

นี่คือเหตุผล…ว่าทำไม? เราควรเข้าพบทันตแพทย์สม่ำเสมอ
หากคุณหรือบุตรหลานได้พบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันอย่างสม่ำเสมอ ทันตแพทย์จะสามารถให้คำแนะนำได้ว่าคุณควรจะต้องพบทันตแพทย์จัดฟันหรือไม่ เพราะลักษณะของความผิดปกติที่พบจะมีได้ในหลายๆระดับ บางอย่างต้องรีบแก้ไขตั้งแต่ยังเด็กๆ เช่น เมื่ออายุ 5-6 ปี หรือ 8-9 ปี เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูกใบหน้า ทำให้รูปหน้าบิดเบี้ยวได้

ในขณะที่ลักษณะบางอย่าง เช่น ฟันซ้อนเก ฟันบิด ฟันห่างในเด็กเล็กๆ อาจไม่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขเลย เนื่องจากเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติขณะที่มีการเปลี่ยนแปลงของฟันจากชุดฟันน้ำนมเป็นชุดฟันแท้ และธรรมชาติเองนั้นสามารถแก้ไขตัวมันเองได้ เพียงแต่ผู้ปกครองและเด็กต้องได้รับคำแนะนำอย่างถูกต้องเท่านั้น บางกรณีที่มีความผิดปกติของขนาดขากรรไกรเข้ามาเกี่ยวข้องอาจต้องรอจนหมดการเจริญเติบโต ประมาณอายุ 18-20 ปี แล้วจึงแก้ไขด้วยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร

ช่วงอายุเท่าไหร่ จึงเหมาะสมกับการ “จัดฟัน”
ปกติฟันน้ำนมซี่สุดท้ายจะหลุดเมื่ออายุประมาณ 12 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะจัดฟันหากไม่มีปัญหาของกระดูกขากรรไกรมาเกี่ยวข้อง เนื่องจากฟันแท้ขึ้นครบแล้ว (ไม่รวมฟันกรามแท้ซี่ที่ 3 ซึ่งมักถูกเรียกอย่างผิดๆ ว่า “ฟันคุด”) และเด็กวัยนี้มีทักษะการแปรงฟันที่ดีพอที่จะรักษาความสะอาดของช่องปากขณะที่มีเครื่องมือจัดฟันอยู่ในปากได้

แล้วสำหรับผู้ใหญ่ที่อายุมากล่ะ ยังสามารถจัดฟันได้หรือไม่?
จริงๆ แล้วอายุมากแล้ว…ก็สามารถจัดฟันได้ ถ้ามีสุขภาพฟัน เหงือก และกระดูกรองรับฟันที่แข็งแรงมากพอ แต่ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่าการเคลื่อนของฟันจะช้ากว่าในเด็กและมีโอกาสเหงือกร่นมากกว่าด้วย

การจัดฟัน…ต้องใช้ระยะเวลานานกี่ปี
โดยส่วนมากการจัดฟันจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาและความร่วมมือของผู้ป่วย เช่น การดูแลรักษาความสะอาดเครื่องมือจัดฟัน ไม่ทำเครื่องมือหลุด ใช้ยางอีลาสติกตามคำแนะนำของทันตแพทย์จัดฟันและการมาตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

วัยรุ่นมักนิยมจัดฟันทั้งที่ไม่มีปัญหาอะไร แบบนี้จะส่งผลเสียอะไรหรือไม่?
ผู้ที่ฟันไม่มีปัญหาใดๆ ก็ “ไม่ควรจัดฟัน” เพราะการที่มีเครื่องมือติดอยู่ที่ฟัน ทำให้แปรงฟันไม่สะดวก หากรักษาความสะอาดไม่ดีสามารถทำให้ฟันผุและเหงือกอักเสบได้ และทันทีที่ติดเครื่องมือที่ตัวฟัน ฟันจะมีการเปลี่ยนตำแหน่งไป ทำให้การบดเคี้ยวจากเดิมที่ไม่มีปัญหา….ก็เกิดมีปัญหาขึ้นมาได้