โรคติดต่อจากสัตว์เลี้ยง

โรคติดต่อจากสัตว์เลี้ยงมาสู่คน ส่วนใหญ่จะเกิดจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งความร้ายแรงของโรคติดต่อก็จะมีมากน้อยแตกต่างกันไป จากการสำรวจพบว่า ทั่วโลกมีผู้ป่วยจากโรคติดต่อจากสัตว์เลี้ยงมากถึง ร้อยละ 79 สุขสาระฉบับนี้จะพาคุณไปรู้จักโรคติดต่อจากแมว เพื่อหาทางป้องกันความเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นกับคุณได้ เริ่มด้วยโรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคที่ติดต่อได้ทางสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

ซึ่งแมวก็เป็นหนึ่งในสัตว์เสี่ยง เมื่อเราถูกสัตว์ที่เป็นโรคมากัด เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล แล้วจะวิ่งเข้าสู่เส้นประสาทบริเวณนั้น ไปสู่สมอง หากรักษาไม่ทันก็จะเสียชีวิต วิธีป้องกัน ก็คือ นำแมวไปฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าปีละครั้ง และทุกครั้งควรมีสมุดประจำตัวแมว เพื่อแสดงหลักฐานว่าได้ฉีดจริง เวลาแมวคุณไปกัดใครเข้า จะได้มีหลักฐานไปแสดง คนที่ถูกกัดจะได้ไม่ต้องลำบากฉีดยาหลายเข็ม โรคเชื้อราบนผิวหนัง โรคนี้แม้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตเหมือนโรคพิษสุนัขบ้า สามารถติดต่อได้ด้วยการสัมผัส วิธีการป้องกันก็คือพาแมวของคุณที่เริ่มมีอาการโรคผิวหนังไปรักษาเมื่อเริ่มเกิดอาการในระยะแรก เพื่อที่จะรักษาได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการทำความสะอาดที่พัก และอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำความสะอาดของแมวด้วย
โรค Toxoplasmosis หรือโรคเชื้อราขึ้นสมอง เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งในอุจจาระแมว ซึ่งมีโอกาสติดต่อจากแมวที่มีพาหะเท่านั้น โดยติดต่อจากการสัมผัสขี้แมว การตรวจสอบจากอาการจะสังเกตได้ยาก เนื่องจากไม่มีกลุ่มอาการที่ชัดเจน สำหรับอาการที่เกิดในแมว คือ ลำไส้อักเสบ ต่อมน้ำเหลืองขยายใหญ่ ปอดบวม สมองอักเสบ และอาจมีอาการชักหรือกระตุก ส่วนอาการในคนอาจพบต่อมน้ำเหลืองบวม มีไข้ เกิดพยาธิสภาพที่ตา และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โดยอาการที่ติดในคนนั้นหากเกิดกับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่เชื้อนี้อาจทำให้แท้งลูกได้ ข้อแนะนำให้ทุกครั้งที่เอากระบะอุจจาระแมวไปทำความสะอาด ควรใส่ผ้าปิดจมูกป้องกันการฟุ้งกระจาย และควรนำอุจจาระแมวหรือกระบะไปตากแดดก่อนทิ้งอย่างมิดชิด
โรคหอบหืดภูมิแพ้ เชื่อว่าเกิดจากขนแมว ขี้ไคลแมวที่แมวมักเอามาป้ายเจ้าของ หรือ แมวที่ชอบกัดหรือเล่นแมลงสาบ แมวที่ชอบไปคลุกฝุ่น และเอามาป้ายเจ้าของ ทางแก้ไขก็คืออาบน้ำให้แมว และหลีกเลี่ยงการเอาแมวมานอนบนที่นอน
โรคติดเชื้อจากแผล เช่น โรคบาดทะยัก และการติดเชื้อของผิวหนังและเนื้อเยื่ออย่างเฉียบพลัน Cellulitis ในปากแมวมีเชื้อโรคมากมายยิ่งกว่าเชื้อโรคตามพื้นถนน ดังนั้นการโดนแมวกัดจึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อมาก สังเกตได้ว่าแผลโดนแมวขบเล็กๆ ทิ้งไว้เพียงวันเดียวก็สามารถแดงบวมขึ้นกลัดหนองได้ ดังนั้นหากโดนแมวกัด ก็ควรล้างน้ำฟอกสบู่ให้สะอาด และสังเกตว่ามีลักษณะปวดบวมแดงร้อนหรือไม่ หากมีก็อาจจะต้องเจาะล้างหรือกินยาปฏิชีวนะส่วนเรื่องของบาดทะยัก หากใครก็ตามที่ฉีดมานานกว่า 10 ปี ก็สมควรไปฉีดกระตุ้นเสมอ โดยเฉพาะคนที่เลี้ยงแมวและโดนกัดหรือข่วนเป็นประจำ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth